Ai ใช้พลังงานมหาศาล พลังงานในโลกจะเหลือใช้ได้อีกกี่ปี

ต้องบอกว่าดาต้าเซ็นเตอร์ของ AI ในปัจจุบัน ถ้าเปิดทำงานเต็มรูปแบบ โรงงานดาต้าเซ็นเตอร์แห่งเดียวของอเมริกาใช้ไฟทั่วทั้งประเทศอเมริกาเลยครับ


แล้วดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังจะเกิดใหม่ ไฟฟ้าในโลกของเรา พลังงานต่างๆยังไงก็ไม่พอให้ดาต้าเซ็นเตอร์ทำงานพร้อมกันทุกที่แน่นอน 100% แบบไม่ต้องลุ้นเป็นหวยไวครับ

Ai ใช้พลังงานมหาศาล พลังงานในโลกจะเหลือใช้ได้อีกกี่ปี

หากพูดถึง “ทรัพยากรดั้งเดิม” (Fossil Fuels) ข้อมูลสถิติล่าสุด (คาดการณ์ ณ ปี 2026) ระบุว่า

  • น้ำมัน (Oil): คาดว่าจะใช้ได้อีกประมาณ 47 – 56 ปี
  • ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas): คาดว่าจะเหลือใช้ประมาณ 50 ปี
  • ถ่านหิน (Coal): มีปริมาณมากที่สุด อาจใช้ได้ถึง 70 – 100 ปี

หมายเหตุ: ตัวเลขนี้ “ขยับออกไปได้เรื่อยๆ” หากมีการค้นพบแหล่งใหม่ หรือเทคโนโลยีการขุดเจาะดีขึ้น แต่หัวใจสำคัญคือเรากำลังพยายามเลิกใช้มันก่อนที่มันจะหมดเพื่อลดสภาวะโลกร้อนครับ

AI ใช้พลังงานมหาศาลขนาดไหน?

AI ไม่ได้ใช้พลังงานที่ “ตัวซอฟต์แวร์” แต่ใช้ที่ Data Center (ศูนย์ข้อมูล) มหาศาล

  • กินไฟดุ: การถาม ChatGPT 1 ครั้ง ใช้ไฟฟ้ามากกว่าการค้นหาบน Google ถึง 10 เท่า
  • สถิติโลก: IEA คาดการณ์ว่าในปี 2026 การใช้ไฟฟ้าของ Data Center และ AI ทั่วโลกจะพุ่งสูงขึ้นเป็น 2 เท่าจากปี 2022 หรือเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของ “ประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศ”
  • ผลกระทบในไทย: ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ใช้ผลิตไฟฟ้าหลักกำลังลดลง และอาจหมดใน 6-7 ปีข้างหน้า หากไม่มีแหล่งใหม่ ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่ถ้าเราจะเป็นศูนย์กลาง Data Center

อย่างที่บอกไปว่า ถ้าเปิดกาต้าเซ็นเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเจ้าเดียว ย้ำว่าแค่เจ้าเดียวนะครับ ก็ใช้ไฟหมดทั้งประเทศของอเมริกาแล้วครับ

โลกจะ "ขาดแคลน" พลังงานเพราะ AI หรือไม่?

คำตอบคือ “มีโอกาสวิกฤตในบางพื้นที่ แต่ไม่ถึงขั้นพลังงานโลกหมด” ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ

  1. การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด: บริษัทยักษ์ใหญ่ (Google, Microsoft, Amazon) ไม่ได้รอไฟฟ้าจากรัฐอย่างเดียว แต่กำลังลงทุนใน โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และ พลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อใช้เอง
  2. AI ช่วยประหยัดพลังงาน: ในมุมกลับกัน AI ถูกนำไปใช้คำนวณการจ่ายไฟในเมือง (Smart Grid) ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานได้ถึง 10-20% และช่วยออกแบบวัสดุผลิตโซลาร์เซลล์ที่ประสิทธิภาพสูงขึ้น
  3. ความพยายามประหยัดทรัพยากร: ปัจจุบันมีการพัฒนาชิป AI รุ่นใหม่ที่แรงขึ้นแต่กินไฟน้อยลง (Energy Efficiency) เพื่อไม่ให้ต้นทุนค่าไฟแซงหน้ากำไร