เป็นคำถามที่ไม่รู้ว่าใครหลายคนเคยตั้งคำถามไหมนะครับ ว่าทำไมโลกของเราถึงสามารถอาศัยอยู่ได้ และทำไมดาวดวงอื่นๆไม่สามารถอาศัยอยู่ได้?
บางคนอาจจะบอกว่าที่อื่นไม่มีต้นไม้ ไม่มีออกซิเจน และมีอุณภูมิและแนงโน้มถ่วงที่เยอะกว่าโลกของเรา เอาตามตรงก็ใช่ครับ แต่โลกของเราก็เคยไม่มีออกซิเจนอยู่เหมือนกันนะครับ และยังมีปรากฏการต่างๆที่อันตรายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาไฟปะทุ การปล่อยก๊าซในปริมาณมาก และไม่มีออกซิเจนเลยครับ
แต่ทำไมเโลกของเราถึงสามารถอาศัยอยู่ได้? ไปดูกันครับ
การก่อตัวของโลกในยุคแรกเริ่ม
1. การก่อตัวของโลก
- ในช่วงแรกของการก่อตัว (ประมาณ 4.6 พันล้านปีที่แล้ว) โลกมีสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด มีภูเขาไฟปะทุและปล่อยก๊าซออกมาในปริมาณมาก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂), ไนโตรเจน (N₂), ไอน้ำ (H₂O) และมีเทนน้อยมาก
- โลกในช่วงแรกไม่มีออกซิเจนในบรรยากาศ แต่มีแหล่งพลังงานจำนวนมาก เช่น การแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ ฟ้าผ่า และการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในมหาสมุทร
เรียกว่าถ้าใครเข้ามาในโลกช่วงนี้ มีแต่ตายกับตายครับ ไม่น่ารอดออกไปจากดาวดวงนี้ได้แน่นอน ยิ่งกว่าดาวดวงไหนทั้งหมดเลย ไหนจะฟ้าผ่า ภูเขาไฟระเบิด มีแต่ก๊าซอันตราย และไม่สามารถหายใจได้
2. การเกิดมหาสมุทรและเคมีของน้ำ
- เมื่อน้ำในรูปของไอน้ำในบรรยากาศเย็นตัวลง ก็เกิดมหาสมุทรที่กลายเป็นแหล่งสำคัญสำหรับปฏิกิริยาเคมี
- ปฏิกิริยาทางเคมีในมหาสมุทร เช่น การรวมตัวของโมเลกุลอินทรีย์ (Organic Molecules) เกิดขึ้นจากแร่ธาตุและก๊าซที่ละลายในน้ำ เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่เรียกว่า “เคมีพรีไบโอติก” (Prebiotic Chemistry)
ต้องบอกว่าในโลกของเราก็มีฟ่าผ่า ฝนตก แดดออกกันล่ะครับ แต่เมื่อไอน้ำเย็นลง ก็เกิดการรวมตัวกันเป็นแหล่งน้ำสุดท้ายเจ้าน้ำนี่แหละครับ คือพระเอกของเรื่องราวของโลกเรา เพราะถ้าไม่เกิดมหาสมุทร ก็ไม่มีทางเกิดสิ่งต่างๆที่จะตามมาครับ
3. การปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตแรกเริ่ม
- สิ่งมีชีวิตแรกเริ่มที่เกิดขึ้นบนโลก เช่น ไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria) หรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสังเคราะห์แสงได้
- การสังเคราะห์แสงของไซยาโนแบคทีเรียใช้แสงอาทิตย์ในการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำให้กลายเป็นน้ำตาลและออกซิเจน:
- 6CO2+6H2O+แสง→C6H12O6+6O2
บอกเลยว่า พระเอกคนที่ 2 ของเรามาแล้ว ไซยาโนแบคทีเรีย หรือสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน เป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่เกิดขึ้นบนโลกของเราครับ ต้องขอบคุณหลายๆอย่างในโลกของเรา ตั้งแต่แสงแดด ฟ้าผ่า หรือการผสมกันไปมั่วไปหมดของก๊าส
จึงทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตอย่างสาหร่ายขึ้นมาในแม่น้ำครับ และเจ้าสาหร่ายเนี่ยก็ทำการใช้แสงแดดในการเปลี่ยนเป็นพลังงาน จึงทำให้เกิดการผลิตออกซิเจนออกมาครับ
พอออกซิเจนมันเยอะจนล้นมหาสมุทรมันก็ขึ้นไปบนอากาศครับ พอขึ้นไปบนอากาศแบบมากๆเข้า จึงเกิดเป็นชั้นบรรยากาศ แสงแดดก็เข้ามาได้น้อยลงครับ สิ่งมีชีวิตต่างๆก็เริ่มทยอยเกิดในตอนนี้แหละ
4. การสะสมของออกซิเจนในบรรยากาศ
- Great Oxidation Event (ประมาณ 2.4 พันล้านปีที่แล้ว): ไซยาโนแบคทีเรียเริ่มผลิตออกซิเจนในปริมาณมาก และเมื่อออกซิเจนสะสมในมหาสมุทรจนเกินความต้องการในการเกิดปฏิกิริยาเคมี มันเริ่มถูกปลดปล่อยเข้าสู่บรรยากาศ
- ออกซิเจนในบรรยากาศเริ่มสะสมจนเกิดชั้นโอโซน (Ozone Layer) ซึ่งช่วยปกป้องสิ่งมีชีวิตจากรังสีอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตราย
5. การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต
- การสะสมของออกซิเจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสิ่งแวดล้อม เช่น การลดจำนวนของสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Organisms) และการเพิ่มขึ้นของสิ่งมีชีวิตที่ใช้ออกซิเจนในการหายใจ (Aerobic Organisms)
- สิ่งมีชีวิตพัฒนาความซับซ้อนมากขึ้น เช่น เซลล์ที่มีนิวเคลียส (Eukaryotic Cells) และสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (Multicellular Organisms)
6. การพัฒนาของระบบนิเวศที่ซับซ้อน
- การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศและมหาสมุทรทำให้เกิดระบบนิเวศที่หลากหลาย เช่น ป่าไม้ ทะเลทราย และมหาสมุทร
- ระบบนิเวศเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม เช่น การหมุนเวียนของคาร์บอน ไนโตรเจน และน้ำ
7. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์และธรณีวิทยา
- ตำแหน่งของโลก: โลกอยู่ใน “เขตอาศัยได้” (Habitable Zone) ของระบบสุริยะ ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมต่อการคงอยู่ของน้ำในสถานะของเหลว
- การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา: การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก (Plate Tectonics) ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของธาตุและแร่ธาตุที่สำคัญต่อชีวิต
จากข้อ 4-7 ก็ยาวมาเลยครับ ทุกอย่างก็ค่อยๆถือกำเนิดขึ้นมาเรื่อยจากจุดที่เกิดสาหร่ายนั่นแหละครับ จนมาถึงยุคปัจจุบันเลยครับ
เรียกว่ากว่าจะมาถึงตอนนี้ได้ก็เหนื่อยเอาเรื่อง แต่ถ้าใครอยากสบายก็ลองเข้ามาซื้อหวยได้นะครับ ถ้าถูกหวยนอนเฉยๆก็รับตังได้ เข้ามาส่องได้ที่ : Globallotto ครับ